คำอธิบายใต้ภาพ: ภาพแสดงการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาโดยแพทย์ในสภาพแวดล้อมคลินิก ช่วยสื่อว่าการประเมินปริมาณ cc ควรทำอย่างระมัดระวังและเฉพาะบุคคล
คำถามที่เจอบ่อยมากคือ ฟิลเลอร์ใต้ตาต้องใช้กี่ cc ถึงจะพอดี คำตอบจริงคือไม่ได้วัดจากจำนวน cc อย่างเดียว แต่ต้องดูร่องลึก ถุงใต้ตา คุณภาพผิว และตำแหน่งที่ต้องการให้เนียน
บทความนี้สรุปแนวคิดที่แพทย์ใช้ประเมินจริง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่า “พอดี” สำหรับใต้ตาคืออะไร และทำไมบางเคสควรแบ่งฉีดเป็นรอบ
ถ้าต้องการอ่านภาพรวมเรื่อง ฟิลเลอร์ และกลไกใต้ผิว แนะนำเปิดคู่กับ ฟิลเลอร์ทำงานใต้ผิวอย่างไร
- ใต้ตาเน้น “เนียน” มากกว่า “เต็ม”
- หลายเคสเริ่มที่ข้างละ 0.2–0.5 cc
- ถุงใต้ตาชัด อาจต้องแก้โครงสร้าง ไม่ใช่เพิ่ม cc
- แบ่งทำเป็นรอบช่วยลดบวมและลดก้อน

สารบัญ
- คำว่า cc ใต้ตา ต้องคิดแบบไหน
- 3 โจทย์ใต้ตาที่ทำให้ใช้ปริมาณต่างกัน
- ปริมาณที่มักใช้จริงต่อข้าง
- ทำไมใต้ตาไม่ควรรีบเติมเต็มในครั้งเดียว
- เลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เนียน ลดเป็นก้อน
- ความเสี่ยงที่ต้องรู้ และสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
- เตรียมตัวยังไงก่อนฉีดให้ปลอดภัย
- ดูแลหลังฉีดให้บวมน้อย และเข้าที่ไว
- FAQ ใต้ตาเติมกี่ cc ถึงพอดี
1. คำว่า cc ใต้ตา ต้องคิดแบบไหน
คำอธิบายใต้ภาพ: ภาพสื่อความต่างระดับของกระดูกและไขมันรอบเบ้าตา ใต้ตาเป็นผิวบางจึงต้องประเมินตำแหน่งและปริมาณอย่างละเอียด เน้นเติมให้เรียบมากกว่าการเติมให้เต็ม
ใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบาง แสงตกกระทบชัด และมีความต่างระดับของกระดูกและไขมันรอบเบ้าตา ปริมาณ cc เลยไม่ใช่ตัวตัดสินความสวยเพียงอย่างเดียว
แนวคิดที่ใช้จริงคือ “เติมให้นิ่มและเรียบ” มากกว่า “เติมให้เต็ม” เพราะเติมมากเกินไปจะเสี่ยงบวมยาว เป็นก้อน หรือดูพองเมื่อยิ้ม
ถ้าคุณยังสับสนว่าฟิลเลอร์เข้าที่กี่วัน อ่านต่อที่ ฟิลเลอร์เข้าที่กี่วัน จะช่วยเข้าใจว่าทำไมแพทย์มักนัดประเมินซ้ำ
- ร่องนุ่มขึ้น แสงเงาลดลง แต่ไม่พอง
- ยิ้มแล้วไม่เป็นก้อน ไม่เป็นคลื่น
- ดูใกล้ ๆ ผิวยังบางธรรมชาติ ไม่หนาเป็นชั้น
2. 3 โจทย์ใต้ตาที่ทำให้ใช้ปริมาณต่างกัน
คำอธิบายใต้ภาพ: ภาพสื่อ 3 โจทย์ใต้ตาที่ต่างกัน ร่องลึกจากโครงกระดูก ถุงใต้ตานูน และผิวบางคล้ำ ซึ่งต้องประเมินปริมาณและเทคนิคต่างกัน ไม่สามารถใช้จำนวน cc แบบเดียวกันทุกเคส
- โจทย์ที่ 1 คือร่องลึกแบบโครงกระดูกชัด มักตอบสนองดีต่อการเติมปริมาณน้อย ๆ ในชั้นที่เหมาะ เพื่อปรับความต่างระดับ
- โจทย์ที่ 2 คือถุงใต้ตาชัด หรือมีบวมนูนจากไขมันใต้ตา เติม cc เพิ่มอาจทำให้ดูพองกว่าเดิม เคสนี้ต้องประเมินแนวทางแก้โครงสร้างร่วม ไม่ใช่เพิ่มปริมาณอย่างเดียว
- โจทย์ที่ 3 คือผิวบางมาก มีเส้นเลือดหรือเงาคล้ำร่วม ต้องเลือกเนื้อที่กระจายตัวดี และวางแผนแบบระวังเป็นพิเศษ อ่านเทียบประเด็นใต้ตากับร่องแก้มได้ที่ ใต้ตากับร่องแก้มต่างกันยังไง
3. ปริมาณที่มักใช้จริงต่อข้าง
คำอธิบายใต้ภาพ:ภาพแสดงการเติมใต้ตาแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นปริมาณพอดีต่อข้างและประเมินทรงระหว่างทำ เพื่อให้ผลลัพธ์เรียบเนียน ไม่พองเกินความจำเป็น
ในหลายเคส แพทย์เริ่มแบบ conservative คือข้างละประมาณ 0.2–0.5 cc แล้วนัดดูทรงหลังยุบ เพราะใต้ตาเป็นบริเวณที่เห็นความต่างชัดมาก
ถ้าร่องลึกมากหรือมีหลายมิติ อาจรวมแล้วใกล้ 0.5–1.0 cc ต่อข้างในบางราย แต่ไม่ได้เติมรวดเดียว แพทย์มักแบ่งทำเป็นรอบเพื่อคุมความเนียน
- เริ่มต้นทั่วไป ข้างละ 0.2–0.5 cc
- ร่องชัดหลายมิติ อาจขยับเพิ่มแบบแบ่งรอบ
- ถุงใต้ตาชัด ไม่ควรแก้ด้วยการเพิ่ม cc อย่างเดียว
ถ้าคุณอยากเข้าใจว่า 1cc ใช้ตำแหน่งไหนได้บ้าง อ่านต่อที่ ฟิลเลอร์ 1cc พอไหม
เคสตัวอย่างหลังเติมใต้ตาแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นปรับความต่างระดับของร่องให้เรียบขึ้น โดยไม่เพิ่มความพองของผิวบาง ผลลัพธ์ประเมินหลังยุบและเข้าที่
Before-After
ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นร่องลึกจริง หรือเป็นถุงใต้ตา แนะนำให้แพทย์ประเมินตอนนั่งตรงและตอนยิ้ม เพราะปริมาณที่เหมาะจะต่างกันมาก คุณสามารถเข้ามาประเมินกับแพทย์ที่ คลินิกความงาม ได้
4. ทำไมใต้ตาไม่ควรรีบเติมเต็มในครั้งเดียว
ใต้ตาเสี่ยง “เติมเกิน” ง่าย เพราะช่วงแรกมักมีบวมร่วม ทำให้คนไข้รู้สึกว่ายังไม่เต็มและอยากเติมเพิ่ม ทั้งที่จริงรอให้เข้าที่ก่อนจะเห็นทรงแท้
การแบ่งทำเป็นรอบช่วยให้แพทย์อ่านการกระจายตัวของฟิลเลอร์ได้แม่นขึ้น และลดโอกาสเป็นก้อนหรือเป็นคลื่น
ถ้ากังวลเรื่องการกระจายตัว อ่านเพิ่มที่ การกระจายตัวของฟิลเลอร์ใต้ผิว
5. เลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เนียน ลดเป็นก้อน
คำอธิบายใต้ภาพ:ภาพสื่อแนวคิดการเลือกเนื้อฟิลเลอร์ตามความนิ่มและการกระจายตัว ใต้ตาต้องใช้เนื้อที่เนียนและไม่ดันผิว เพื่อช่วยลดโอกาสเป็นก้อนและให้ผลลัพธ์ดูธรรมชาติ
เนื้อแน่น พยุงสูง ค่า G prime มักสูงกว่าโซนอื่น
ใช้สร้างโครงและความคมชัด เช่น คาง กรอบหน้า ขมับ
ไม่เหมาะกับใต้ตา เพราะอาจดันผิวบางจนเห็นเป็นก้อน
ความแน่นระดับกลาง สมดุลระหว่างการพยุงและความนิ่ม
ใช้ได้หลายตำแหน่ง ขึ้นกับความหนาของผิวและชั้นที่วาง
ใต้ตาใช้ได้ในบางเคส แต่ต้องประเมินความบางของผิวก่อน
เนื้อนิ่ม กระจายตัวดี ค่า G prime ต่ำกว่า
เหมาะกับผิวบาง เช่น ใต้ตา เพราะกลืนกับเนื้อเยื่อได้ดี
เป้าหมายคือความเรียบ ไม่ใช่การพยุงแข็งแรง
ใต้ตาต้องการฟิลเลอร์ที่เนื้อนิ่ม กระจายตัวดี และไม่ดันผิวขึ้นเป็นก้อนง่าย แพทย์จะเลือกตามชั้นผิวและความบางของเนื้อเยื่อ
แนวคิดเรื่องความพยุงของเนื้อเกี่ยวกับค่า G Prime และโครงสร้าง cross-link ซึ่งมีผลต่อความเนียน อ่านต่อที่ ค่า G Prime และ cross-link คืออะไร
- ร่องลึกเป็นเส้น แต่ไม่มีถุงนูนชัด → มักตอบสนองดีต่อการเติมปริมาณน้อย
- มีถุงใต้ตานูน หรือบวมเป็นก้อนตอนยิ้ม → ต้องประเมินโครงสร้างก่อน ไม่รีบเพิ่ม cc
- ผิวบาง เห็นเส้นเลือด/เงาคล้ำ → ต้องเลือกเนื้อที่กระจายตัวดี และวางชั้นอย่างระวัง
6. ความเสี่ยงที่ต้องรู้ และสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
ความเสี่ยงที่พบได้คือบวมช้ำ เป็นไต หรือเห็นเป็นก้อน โดยเฉพาะถ้าฉีดตื้นเกินไป หรือเลือกเนื้อไม่เหมาะกับใต้ตา อ่านสาเหตุแบบละเอียดได้ที่ ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนเกิดจากอะไร
อีกกลุ่มที่ต้องระวังคืออาการผิดปกติของสีผิว ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีรอยด่างซีดคล้ำผิดปกติ ควรให้แพทย์ดูทันที อ่านสัญญาณสำคัญได้ที่ สัญญาณอุดตันหลอดเลือดจากฟิลเลอร์
ห้ามนวดเองถ้าไม่ชัดว่าเกิดจากอะไร อ่านเพิ่มที่ ก้อนฟิลเลอร์ควรนวดไหม
7. เตรียมตัวยังไงก่อนฉีดให้ปลอดภัย
แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติแพ้ให้ครบ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการช้ำหรือเลือดออก อ่านเช็กลิสต์ที่ควรรู้ได้ที่ เช็กลิสต์ก่อนฉีดฟิลเลอร์
ถ้ามียาที่ควรหลีกเลี่ยงหรือมีภาวะที่ต้องเลื่อนนัด อ่านต่อที่ ข้อห้ามและยาที่ต้องแจ้ง
8. ดูแลหลังฉีดให้บวมน้อย และเข้าที่ไว
ช่วง 7 วันแรกให้หลีกเลี่ยงการกด นวด ความร้อนจัด และการนอนทับข้างที่ฉีด ถ้าทำตามนี้ โอกาสบวมยืดและเป็นไตจะลดลง
อ่านแนวทางดูแลแบบเป็นขั้นตอนที่ การดูแลหลังฉีด 7 วัน และแยกบวมช้ำปกติกับผิดปกติได้ที่ บวมช้ำกี่วันปกติ
9. FAQ ใต้ตาเติมกี่ cc ถึงพอดี
Q1: ใต้ตาทั่วไปเริ่มที่กี่ cc
A: หลายเคสเริ่มข้างละ 0.2–0.5 cc แล้วนัดประเมินทรงหลังบวมยุบ
Q2: ทำไมบางคนเติม 1cc แล้วยังไม่สวย
A: ถ้าเป็นถุงใต้ตาชัด หรือผิวบางมาก การเพิ่ม cc อาจทำให้พอง ต้องแก้โจทย์ให้ตรงก่อน
Q3: ถ้าไม่พอ เติมเพิ่มได้เมื่อไหร่
A: มักรอให้เข้าที่ก่อน หลายเคสประเมินที่ 7–14 วัน แล้วค่อยตัดสินใจเติมเพิ่ม
Q4: ถ้าไม่ชอบผลลัพธ์ แก้ได้ไหม
A: ฟิลเลอร์ HA สามารถพิจารณาสลายได้ในกรณีเหมาะสม อ่านที่ การสลายฟิลเลอร์
- ใต้ตาไม่ใช่บริเวณที่แข่งกันเติม cc เยอะ
- หลายเคสเริ่มที่ข้างละ 0.2–0.5 cc แล้วดูทรงหลังเข้าที่
- ถุงใต้ตาชัด เติมเพิ่มอาจยิ่งพอง ต้องประเมินแนวทางให้ตรงโจทย์
- ถ้ามีปวดมาก สีผิวผิดปกติ หรือก้อนแข็ง ควรให้แพทย์ดูทันที
ถ้าคุณอยากรู้ว่าตัวเองควรเริ่มที่กี่ cc และควรแบ่งทำกี่รอบ แนะนำให้แพทย์ประเมินใต้ตาแบบรายบุคคล เพราะรูปแบบร่องกับถุงใต้ตาแตกต่างกันมาก นัดประเมินกับแพทย์ที่ คลินิกความงาม ได้
