ฟิลเลอร์กับคอลลาเจนเกี่ยวข้องไหม?

ภาพสื่อความสัมพันธ์ระหว่างเจลฟิลเลอร์และโครงข่ายคอลลาเจนใต้ผิวในมุมตัดชั้นผิว

หลายคนเข้าใจว่า “ฉีดฟิลเลอร์แล้วคอลลาเจนเพิ่ม” แต่ความจริงต้องแยกให้ชัดว่าเป็น ฟิลเลอร์ HA หรือเป็น สารกระตุ้นคอลลาเจน เพราะกลไกคนละแบบ และผลลัพธ์ใช้เวลาคนละช่วง

บทความนี้เขียนในมุมแพทย์ เพื่อช่วยตอบคำถามว่า ฟิลเลอร์เกี่ยวข้องกับคอลลาเจนแค่ไหน ควรคาดหวังอะไร และต้องดูตัวแปรอะไรเพื่อให้ได้ผลที่เนียนและปลอดภัย

เนื้อหานี้จัดทำโดยแพทย์จาก คลินิกความงาม


สรุปจำง่าย

  • ฟิลเลอร์ HA เติมวอลลุ่มทันที และอาจช่วย “สภาพผิว” ทางอ้อม
  • คอลลาเจน เป็นโครงสร้างผิว ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงเดือน
  • สารกระตุ้นคอลลาเจน เป้าหมายหลักคือให้ผิวสร้างโครงสร้างใหม่ ผลมาแบบค่อยเป็นค่อยไป

1) คอลลาเจนคืออะไร ทำไมถึงเกี่ยวกับความแน่นของผิว

ภาพโครงข่ายเส้นใยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ที่ทำหน้าที่พยุงผิวให้แน่นและเด้ง

คอลลาเจนคือ โครงสร้างพยุงผิว คล้ายตาข่ายที่ช่วยให้ผิวเด้ง แน่น และทนแรงยุบ

ถ้าคอลลาเจนบางลง ผิวจะดูบางลงตาม ความยืดหยุ่นลดลง และเกิดร่องง่ายขึ้น แม้เติมฟิลเลอร์แล้วดูเต็มขึ้น แต่ถ้าโครงสร้างผิวอ่อนมาก บางเคสยังรู้สึกว่าผิวย้วย ด้

นี่เป็นเหตุผลที่คนไข้ชอบถามว่า ฟิลเลอร์ช่วยคอลลาเจนด้วยไหม หรือควรทำแบบกระตุ้นคอลลาเจนร่วมกัน

2) ฟิลเลอร์คืออะไร และเกี่ยวข้องกับคอลลาเจนตรงไหน

ภาพตัดชั้นผิวแสดงเจลฟิลเลอร์ HA เติมช่องว่างใต้ผิวเพื่อช่วยให้ผิวเรียบและดูเต็มขึ้น

( ภาพตัดชั้นผิวแสดงเจลฟิลเลอร์ HA เติมช่องว่างใต้ผิวเพื่อช่วยให้ผิวเรียบและดูเต็มขึ้น )

ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้กับใบหน้าเป็น HA ทำหน้าที่หลักคือ เติม และพยุงรูปทรงไม่ใช่การใส่คอลลาเจนเข้าไปตรง ๆ

ความเกี่ยวข้องกับคอลลาเจนมี 2 ชั้นความหมาย

  • ชั้นแรกคือ ฟิลเลอร์เติมช่องว่างใต้ผิว ทำให้ผิวตึงขึ้น ผิวดูเรียบขึ้น
  • ชั้นที่สองคือ ในบางบริบท การวางเจลในชั้นที่เหมาะ อาจทำให้สภาพแวดล้อมของผิวดีขึ้น และมีผลทางอ้อมต่อคุณภาพผิว

ถ้าต้องการภาพรวมเรื่องฟิลเลอร์แบบฐานความรู้ แนะนำอ่านหน้า ฟิลเลอร์ (Dermal Filler) คืออะไร เหมาะกับใคร

3) ฟิลเลอร์ HA ช่วยคอลลาเจนได้ไหม ในทางการแพทย์มองยังไง

ฟิลเลอร์ HA ไม่ได้ กลายเป็นคอลลาเจนแต่มีเหตุผลทางชีวภาพที่อาจทำให้ผิวดูดีขึ้นได้

แพทย์มักอธิบายแบบตรงไปตรงมาว่า ผลหลักของ HA คือวอลลุ่มและการพยุงทันที ส่วนเรื่องคอลลาเจนเป็นผลทางอ้อมในบางเคส เช่น เมื่อผิวถูกพยุงและชั้นที่วางเหมาะ ผิวด้านบนดูเรียบขึ้นและสะท้อนแสงดีขึ้น

ถ้าคนไข้ตั้งเป้าเรื่อง ผิวแน่นขึ้น เป็นหลัก แผนรักษาต้องชัดว่าต้องการเติมวอลลุ่มหรือกระตุ้นโครงสร้างผิว เพราะใช้วัสดุและระยะเวลาคนละแบบ

อ่านต่อเรื่องกลไกในชั้นผิวได้ที่ ฟิลเลอร์ทำงานใต้ผิวยังไง และบทความ ฟิลเลอร์กระจายตัวใต้ผิวยังไง

กล่องสรุปเร็ว

ถ้าคุณต้องการหน้าเต็มขึ้น ฟิลเลอร์ HA ตอบโจทย์ชัด
ถ้าคุณต้องการผิวแน่นขึ้น อาจต้องมองแผนที่มีส่วนของการกระตุ้นคอลลาเจนร่วมด้วย

4) สารกระตุ้นคอลลาเจน ต่างจากฟิลเลอร์ HA ยังไง

สารกระตุ้นคอลลาเจนเน้นให้ผิว สร้างโครงสร้างใหม่ ผลมาแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเติมเต็มทันทีแบบ HA

คนไข้บางคนชอบผลแบบเห็นชัดทันที แบบฟิลเลอร์ HA บางคนชอบผลแบบผิวแน่นขึ้น รูขุมขนดูละเอียดขึ้น แบบที่ต้องใช้เวลา

งานจริงในคลินิกมักไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ แพทย์จะดูปัญหาหลักก่อน เช่น ขาดปริมาตรชัด ก็เริ่มที่การเติม ถ้าโครงสร้างผิวอ่อนมาก ก็อาจวางแผนให้มีส่วนของการกระตุ้นคอลลาเจนในจังหวะที่เหมาะ

ภาพสื่อผลลัพธ์แบบทันทีของฟิลเลอร์และผลค่อยเป็นค่อยไปของการกระตุ้นคอลลาเจน

( ภาพเปรียบเทียบผลแบบเห็นทันทีของฟิลเลอร์ HA และผลค่อยเป็นค่อยไปของการกระตุ้นคอลลาเจนตามเวลา )

สรุปภาพนี้อ่านยังไง (2 ชั้นของผลลัพธ์)

  • HA gel = Immediate volume คือผล “เห็นทันที” เพราะเจลเข้าไปเติมพื้นที่และอุ้มน้ำ
    ทำให้บริเวณนั้นดูเต็มขึ้น ร่องตื้นขึ้น ผิวเรียบขึ้น
  • Gradual collagen คือผล “ค่อยเป็นค่อยไป” ของเนื้อเยื่อรอบ ๆ ที่อาจปรับตัวในระยะหลัง
    เช่นผิวดูแน่นขึ้น แต่เป็นผลรองและไม่เท่ากันทุกคน
  • จำง่าย: ซ้าย = เจลเติมทันที | ขวา = ผิวค่อย ๆ ปรับตัวตามเวลา

4.1) HA gel = Immediate volume (ผลเห็นทันที)

หมายถึงอะไร หลังฉีด ฟิลเลอร์ HA เข้าไป กินพื้นที่ในชั้นผิวที่วางไว้ HA มีคุณสมบัติ อุ้มน้ำ ทำให้บริเวณนั้นดู เต็มขึ้น เรียบขึ้น ร่องตื้นขึ้น ได้ทันที

คนไข้จะสังเกตยังไง ทันทีหลังทำหรือภายในวันแรก จะเห็นทรง/วอลลุ่มชัด แต่ช่วงแรกอาจมี บวมจากเข็มและการอุ้มน้ำ ทำให้ดูมากกว่าทรงจริงเล็กน้อย

สรุปจำง่าย  = เจลเข้าไปเติม ผลหลักคือ เติมเต็มทันที

4.2) Gradual collagen = collagen mesh becoming denser (ผลค่อยเป็นค่อยไป)

หมายถึงอะไร หลังฉีดไปแล้ว เนื้อเยื่อรอบ ๆ อาจเกิดการ ปรับตัวระยะยาว ภาพกำลังสื่อว่า โครงข่ายคอลลาเจนหนาแน่นขึ้น ทำให้ผิวดูแน่นขึ้นในระยะต่อมาต้องพูดให้ตรงข้อเท็จจริง กับ HA filler ผลหลักจริง ๆ คือ “เติมเต็ม” ไม่ใช่คอลลาเจนเป็นพระเอก

แต่ในงานวิชาการบางส่วน มีการพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อรอบ ๆ หลังฉีด (เชิงการซ่อมแซม/การตอบสนองของผิว) ซึ่งมักเป็น ผลรอง และ ไม่เท่ากันทุกคน/ทุกตำแหน่ง/ทุกชั้นที่วาง

คนไข้จะสังเกตยังไงถ้ามีผลด้านคุณภาพผิวจะค่อย ๆ เห็นในช่วง หลายสัปดาห์ มากกว่าจะเห็นทันที

สรุปจำง่าย = ผิวรอบ ๆ ค่อย ๆ ปรับตัว เป็นผลที่ ค่อยเป็นค่อยไป และมักเป็น ผลรอง

5) ช่วงเวลาเห็นผล แยกเติมวอลลุ่มกับผิวแน่นขึ้น

ฟิลเลอร์ HA เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที แต่ผิวจะเข้าที่เป็นสเต็ปตามเวลา หลังฉีดใหม่ ๆ มักมีบวมเล็กน้อย และเจลยังปรับตัวกับชั้นผิวอยู่ หลายคนรู้สึกว่า เข้าที่มากขึ้นในช่วง 7 ถึง 14 วัน

ถ้าต้องการอ่านเรื่องช่วงเข้าที่แบบละเอียด ดูได้ที่ ฟิลเลอร์เข้าที่กี่วัน และการดูแลช่วงแรกที่ หลังฉีดฟิลเลอร์ 7 วันแรกควรดูแลตัวยังไง

ไทม์ไลน์ที่เจอบ่อย

  • วันแรก เห็นวอลลุ่ม แต่ยังมีบวมจากเข็มได้
  • สัปดาห์แรก ผิวและอาการบวมเริ่มนิ่ง
  • สัปดาห์ที่ 2 ทรงมักเข้าที่มากขึ้นในหลายตำแหน่ง

6) Cross link และ G’ ส่งผลต่อการกระจาย และการพยุงผิวอย่างไร

ถ้าอยากได้ลุคเนียน ต้องดู “พฤติกรรมเจล” ว่ามีแนวโน้มกระจายหรือคงรูป

คอลลาเจนเกี่ยวกับโครงสร้างผิว ฟิลเลอร์เกี่ยวกับการพยุงและการกระจาย สองเรื่องนี้เจอกันตรงที่ เมื่อเจลเลือกเหมาะและวางถูกชั้น ผิวด้านบนดูเรียบขึ้นและสะท้อนแสงดีขึ้น

อ่านเชิงลึกได้ที่ ฟิลเลอร์ Cross link คืออะไร และ ค่า G Prime ฟิลเลอร์

ภาพสื่อพฤติกรรมเจลฟิลเลอร์แบบกระจายตัว เนียนสมดุล และคงรูปเพื่อพยุงตามความหนาแน่นของโครงข่าย

แปลภาพให้เป็นภาษาเคสจริง

  • Soft spread เนื้อนิ่ม เนียน กระจายได้ดี เหมาะผิวบางที่ต้องการความกลืน
  • Balanced dome สมดุลระหว่างเนียนกับพยุง เหมาะจุดที่ต้องการทั้งผิวเรียบและรูปทรง
  • Firm compact คงรูป พยุงชัด เหมาะงานโครงสร้าง แต่ต้องเลือกชั้นให้แม่น

7) ตำแหน่งฉีดกับการขยับ ส่งผลต่อผลลัพธ์และความทน

จุดที่ขยับบ่อย มักสลายไวกว่า และมีความเสี่ยงเรื่องการกระจายมากกว่า ใต้ตาเป็นโซนผิวบาง ต้องการความเนียน และต้องคุมชั้น ร่องแก้มบางเคสต้องอาศัยการพยุงมากกว่า แพทย์จึงเลือกเนื้อและชั้นต่างกัน แม้จะเป็นฟิลเลอร์ HA เหมือนกัน

ถ้ากำลังชั่งใจระหว่างใต้ตากับร่องแก้ม แนะนำอ่าน ฟิลเลอร์ใต้ตากับฟิลเลอร์ร่องแก้มต่างกันยังไง และถ้าต้องการภาพรวมอายุฟิลเลอร์ ดูที่ อายุฟิลเลอร์ในแต่ละตำแหน่ง

8) เช็กลิสต์ถามแพทย์ เพื่อเลือกแผนที่เหมาะกับผิวคุณ

คำอธิบายใต้หัวข้อ: ถามให้ถูก จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องชั้นผิด เนื้อไม่เหมาะ และทำให้คาดหวังผลลัพธ์ได้ตรง

คำถาม 5 ข้อที่อยากให้ถามก่อนฉีด

1) ปัญหาหลักของฉันคืออะไร

ผิวบาง โครงสร้างทรุด ปริมาตรหาย

2) จะวางชั้นไหน และทำไมชั้นนั้นเหมาะกับฉัน

ขอเหตุผลชัด ๆ ว่าต้องการเนียนหรือพยุง

3) เนื้อที่เลือกเด่นด้านไหน

กลืนผิว พยุง ยืดหยุ่น

4) หลังฉีดควรสังเกตอะไร และนัดติดตามเมื่อไหร่

เพื่อเช็คทรง บวม ก้อน และความเนียน

5) ถ้ามีก้อนหรือบวมเฉพาะจุด แก้แบบไหนได้บ้าง

ถามให้ชัดว่าเมื่อไหร่ควรกลับมาพบแพทย์

ถ้ากำลังชั่งใจเรื่องอายุและการเริ่มฉีด อ่านต่อที่
ฟิลเลอร์เหมาะกับอายุไหน

9) สรุปแนวทางเลือกแบบปลอดภัย

คำอธิบายใต้หัวข้อ: ฟิลเลอร์กับคอลลาเจนเกี่ยวข้องกันแบบ เสริมกันแต่ต้องตั้งเป้าให้ชัดว่าอยากได้อะไร

  • ถ้าต้องการเต็มและพยุง เลือกแผนฟิลเลอร์ HA และเลือกพฤติกรรมเจลให้เหมาะตำแหน่ง
  • ถ้าต้องการผิวแน่นขึ้น ให้คุยแพทย์เรื่องแผนกระตุ้นคอลลาเจนร่วมในจังหวะที่เหมาะ
  • ตำแหน่ง ชั้น และเทคนิค มีผลกับความเนียนมากกว่าชื่อรุ่น

ถ้าคุณอยากให้แพทย์ประเมินว่าเคสคุณควรเริ่มจาก “เติม” หรือ “กระตุ้นโครงสร้าง” ทักมานัดประเมินกับ คลินิกความงาม เพื่อวางแผนแบบเคสต่อเคส