ฟิลเลอร์ 1cc คืออะไร? ใช้จุดไหนได้บ้าง และพอไหมสำหรับปัญหาของเรา

ภาพปกแสดงไซริงค์ 1cc และโครงหน้าแบบการแพทย์ สื่อการวางแผนฟิลเลอร์ให้ผิวดูเนียน

อ่านแบบหมออธิบายให้เข้าใจ
  • 1cc คือปริมาตรที่ช่วย “กะปริมาณ” ต่อหนึ่งตำแหน่ง
  • คำว่า “พอไหม” ต้องดูชั้นผิว โครงหน้า และชนิดฟิลเลอร์
  • เป้าหมายคือผิวดูเรียบ เนียน และดูเป็นตัวเอง

คำถามที่เจอบ่อยมากคือ “หมอคะ ฟิลเลอร์ 1cc พอไหม” ผมตอบแบบตรงไปตรงมาว่า บางตำแหน่งพอ บางตำแหน่งไม่พอ และบางคนต้องแบ่งฉีดเป็นรอบเพื่อให้เนียนจริงโดยไม่บวมเกิน

ตัวเลข 1cc ไม่ได้แปลว่าคุณต้องฉีดเท่านี้เสมอไป มันเป็นหน่วยมาตรฐานที่ช่วยให้แพทย์วางแผนปริมาณแบบปลอดภัย โดยดูจากปัญหาหลักของแต่ละคน เช่น ร่องลึก ผิวบาง เงาใต้ตา หรือความคมของคาง

ถ้าคุณกำลังมองหาข้อมูลจาก คลินิกความงาม ที่อธิบายแบบเข้าใจง่าย บทความนี้จะพาคุณดูว่า 1cc ใช้จุดไหนได้ และจะรู้ได้ยังไงว่าพอไหม ให้ผิวดูเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ


สารบัญ

  1. ฟิลเลอร์ 1cc คืออะไร ตัวเลขนี้บอกอะไรจริง
  2. 1cc ใช้จุดไหนได้บ้าง แบบมุมมองแพทย์
  3. ทำไมบางคนฉีดน้อยแต่ดูเนียน บางคนฉีดเท่ากันยังไม่พอ
  4. เช็ก “พอไหม” ด้วย 5 สัญญาณ ไม่ต้องเดา
  5. 1cc ที่ฉีดแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร แก้ยังไง
  6. ค่า G Prime เกี่ยวอะไรกับความเรียบเนียน และการเลือก 1cc
  7. ปริมาณที่พบบ่อยตามปัญหา ไม่ใช่สูตรตายตัว
  8. หลังฉีดกี่วันผิวถึงดูละมุน และดูแลช่วงแรกให้เข้าที่
  9. FAQ คำถามที่คนถามก่อนตัดสินใจ

ฟิลเลอร์ 1cc คืออะไร ตัวเลขนี้บอกอะไรจริง

1cc คือปริมาตร 1 มิลลิลิตร เป็นปริมาณในหลอดฟิลเลอร์ที่ใช้กันทั่วไปในคลินิก ความสำคัญของมันคือช่วยให้แพทย์ “คุมโดส” ต่อหนึ่งตำแหน่งได้แม่นขึ้น ลดโอกาสเติมมากเกิน แล้วหน้าดูบวม หรือหนัก

เวลาเราพูดว่า 1cc พอไหม เราไม่ได้ชั่งแค่ปริมาตร แต่ดูว่าเนื้อฟิลเลอร์เข้าไปอยู่ชั้นไหน และกระจายตัวได้ดีแค่ไหน ถ้าคุณอยากอ่านกลไกแบบละเอียด ลองดูบทนี้เรื่อง ฟิลเลอร์ทำงานใต้ผิวยังไง

อีกประเด็นที่คนมองข้ามคือ ฟิลเลอร์เป็น HA ที่มีการปรับโครงสร้างให้คงรูป ระดับการ cross-link มีผลต่อความฟูและการคงตัว อ่านเสริมได้ที่ ความหมายของ cross-link ในฟิลเลอร์

1cc ใช้จุดไหนได้บ้าง แบบมุมมองแพทย์

คำตอบคือ ใช้ได้หลายจุด แต่ “ผลลัพธ์ต่อ 1cc” ไม่เท่ากัน เพราะพื้นที่และวัตถุประสงค์ต่างกัน บางจุดต้องการความเรียบผิว บางจุดต้องการแรงพยุง บางจุดต้องการปรับเงา

ตัวอย่างตำแหน่งที่มักใช้ 1cc เป็นหน่วยอ้างอิง เช่น เติมร่องลึกเฉพาะจุด ปรับคางเล็กน้อย เติมปากแบบธรรมชาติ หรือเกลี่ยผิวบริเวณแก้มที่เป็นรอยยุบ ข้อสำคัญคือเลือกแผนให้เข้ากับโครงหน้า ไม่ใช่เลือกจากโปรโมชัน

ถ้าคุณอยากดูภาพรวมว่า “จุดไหนนิยมทำ” แนะนำอ่านหน้า ฟิลเลอร์ (ภาพรวมและตำแหน่งยอดนิยม) แล้วค่อยกลับมาเทียบกับปัญหาของตัวเอง

แผนภาพ 3 มิติแสดงตำแหน่งยอดนิยมที่ใช้ฟิลเลอร์ 1cc บนใบหน้าแบบเป็นธรรมชาติ

ทำไมบางคนฉีดน้อยแต่ดูเนียน บางคนฉีดเท่ากันยังไม่พอ

ความเนียนไม่ได้มาจากปริมาณ อย่างเดียว มาจากชั้นที่ฉีดและคุณภาพผิวเดิมด้วย ผิวที่บางมาก มีร่องลึก หรือมีการทรุดของโครงสร้าง จะต้องใช้การพยุงที่ชั้นลึกก่อน แล้วผิวชั้นบนถึงดูเรียบ

อีกเหตุผลคือแรงดึงจากกล้ามเนื้อและการพับของผิว ร่องแก้มบางคนเกิดจากโครงสร้างยุบ บางคนเกิดจากการยิ้มและการพับซ้ำ ตรงนี้ทำให้คำว่า 1cc พอไหม เปลี่ยนไปคนละเรื่อง

ถ้าคุณกำลังลังเลระหว่างตำแหน่งใต้ตากับร่องแก้ม ลองอ่านเพิ่มที่ ใต้ตากับร่องแก้มต่างกันยังไง จะช่วยให้เลือก “จุดที่ใช่” ก่อนเลือก cc

เช็ก!! พอไหม ด้วย 5 สัญญาณ ไม่ต้องเดา

ผมใช้หลักง่าย ๆ 5 ข้อเวลาประเมินหลังทำ เพื่อบอกว่า 1cc ที่ทำไปพอสำหรับเป้าหมายหรือยัง

  1. มุมเงาที่กังวลลดลง เช่น ใต้ตา ร่องข้างปาก
  2. ผิวดูเรียบขึ้นตอนหันข้าง ใต้ไฟห้อง
  3. หน้าไม่บวมหนัก และยังเห็นโครงหน้าเดิม
  4. แต่งหน้าติดขึ้น รอยพับลดลง
  5. รูปถ่ายระยะเดียวกันก่อนและหลัง ดูสมดุลขึ้น

ถ้า 2–3 ข้อยังไม่ผ่าน ไม่ได้แปลว่าฉีดพลาดเสมอไป บางครั้งต้องรอให้ฟิลเลอร์เข้าที่ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องเติมเพิ่ม อ่านเรื่องการเข้าที่ได้ที่ ฟิลเลอร์กี่วันเข้าที่

ภาพเชิงแนวคิดแสดงก่อน-หลังแบบธรรมชาติและจุดสังเกตว่าฟิลเลอร์พอหรือยังให้ผิวดูเรียบ

1cc ที่ฉีดแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร แก้ยังไง

ก้อนหลังฉีดมักเกี่ยวกับ 3 เรื่อง คือ ฉีดตื้นเกิน เนื้อฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับชั้นผิว หรือมีบวมน้ำช่วงแรกจนดูเป็นไตได้ชั่วคราว เรื่องบวมน้ำสัมพันธ์กับคุณสมบัติการอุ้มน้ำของ HA ด้วย

ถ้ากังวลเรื่องบวมและการดูดน้ำ ลองอ่านบทนี้ ฟิลเลอร์ดูดน้ำได้ยังไง จะเข้าใจภาพรวมมากขึ้น

แนวทางแก้คือประเมินก่อนว่าเป็นก้อนจากบวม หรือเป็นก้อนจากการวางชั้นผิด ถ้าเป็นบวม มักดีขึ้นตามเวลาและการดูแล ถ้าเป็นชั้นผิด ต้องให้แพทย์ตรวจจริง อย่าพยายามกดเองแรง ๆ

ค่า G Prime เกี่ยวอะไรกับความเรียบเนียน และการเลือก 1cc

ถ้าคุณอยากได้ “เรียบ เนียน กลืนกับผิว” ต้องคุยเรื่องเนื้อฟิลเลอร์ด้วย ค่า G Prime หรือ G’ คือค่าที่บอกความแข็งและแรงพยุงของฟิลเลอร์ ค่าไม่ใช่ยิ่งสูงยิ่งดี มันต้องเหมาะกับตำแหน่ง

ตำแหน่งที่ต้องการผิวเนียนมาก เช่น บริเวณผิวบาง จะเลือกเนื้อที่กระจายตัวดีและไม่ดันผิวเป็นขอบ ส่วนตำแหน่งที่ต้องการคมและพยุง เช่น คางบางเคส จะต้องการแรงพยุงมากขึ้น ถ้าอยากอ่านแบบเจาะลึกดูที่ ค่า G Prime ของฟิลเลอร์

ความเนียนยังเกี่ยวกับการ “กลืนกับเนื้อเยื่อ” และการจัดเรียงคอลลาเจนรอบเจล HA อ่านต่อได้ที่ HA กลืนกับผิวให้ดูธรรมชาติ และ ฟิลเลอร์กับคอลลาเจนเกี่ยวข้องกันยังไง

3 มิติแสดงความต่างฟิลเลอร์ค่า G Prime สูงและต่ำต่อการคงรูปและความเนียนของผิว

ภาพอธิบายความต่างของเนื้อฟิลเลอร์ตามค่า G Prime ที่ส่งผลต่อความเรียบเนียนและแรงพยุง

ปริมาณที่พบบ่อยตามปัญหา ไม่ใช่สูตรตายตัว

ผมให้กรอบคิดแทนการท่องตัวเลข ปัญหาแบบ “ผิวดูยุบเฉพาะจุด” อาจเริ่มที่ 1cc แล้วประเมินซ้ำ ปัญหาแบบ “โครงสร้างทรุด” มักต้องวางแผนหลายจุด และบางครั้งเริ่มที่ชั้นลึกก่อนเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ

ถ้าสงสัยว่าควรเริ่มทำช่วงอายุไหน จะได้ไม่ทำเกินจำเป็น ลองอ่าน ฟิลเลอร์เหมาะกับอายุไหน และถ้าชอบแนวคิดโครงสร้าง แนะนำอ่าน ฟิลเลอร์กับ Aging Structure

แก่นของเรื่องนี้คือ เป้าหมายคือสมดุล ไม่ใช่ปริมาณเยอะ การเริ่มด้วยแผนที่พอดี แล้วค่อยเติมเป็นรอบ มักให้ผลลัพธ์ที่ดูแพงกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า

หลังฉีดกี่วันผิวถึงดูละมุน และดูแลช่วงแรกให้เข้าที่

หลังฉีดใหม่ ๆ บางคนจะตึง บางคนจะบวมเล็กน้อย ผิวที่ดู “ละมุน” มักมาเมื่อบวมลดและฟิลเลอร์กระจายตัวเข้าที่ ระยะเวลาขึ้นกับตำแหน่งและเนื้อฟิลเลอร์

ถ้าคุณอยากเข้าใจเรื่องการกระจายตัว อ่านเพิ่มที่ การกระจายตัวของฟิลเลอร์ใต้ผิว แล้วตามด้วยการดูแลช่วงแรกที่ ดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ 7 วัน

ส่วนคำถามเรื่องอยู่ได้นานแค่ไหน ให้ดูเรื่องเมตาบอลิซึมของร่างกาย ตำแหน่ง และชนิดฟิลเลอร์ บทนี้ตอบไว้ค่อนข้างครบ ฟิลเลอร์อยู่ได้นานกี่เดือน

ภาพไทม์ไลน์การเข้าที่ของฟิลเลอร์และจุดดูแลสำคัญช่วง 7 วันแรกเพื่อให้ผิวดูเนียน

ภาพไทม์ไลน์การเข้าที่ของฟิลเลอร์และจุดดูแลสำคัญช่วง 7 วันแรกเพื่อให้ผิวดูเนียน

อยากรู้ว่าเคสคุณ 1cc พอไหม
แนะนำให้ประเมินจากปัญหาจริงและชั้นผิวจริง
ถ้าคุณต้องการแผนที่ชัดว่าเริ่มตรงไหนก่อน
และควรแบ่งฉีดเป็นรอบหรือไม่
ดูข้อมูลบริการในหน้า ฟิลเลอร์

FAQ คำถามที่คนถามก่อนตัดสินใจ

ฟิลเลอร์ 1cc เห็นผลชัดไหม

ถ้าเป็นการแก้ร่องเฉพาะจุดหรือปรับเงาเล็กน้อย มักเห็นผลได้ แต่ถ้าเป็นปัญหาโครงสร้างทรุด จะเห็นว่า “ดีขึ้น” มากกว่า “เปลี่ยนโครง” และอาจต้องวางแผนหลายจุด

ทำไมฉีด 1cc แล้วผิวดูไม่เนียน

มักเกิดจากชั้นที่ฉีดไม่เหมาะ หรือเนื้อฟิลเลอร์ไม่ตรงกับผิวบางและความต้องการความเรียบเนียน ให้แพทย์ประเมินเรื่องการวางชั้นและเนื้อฟิลเลอร์

ควรเติมเพิ่มเลยหรือรอให้เข้าที่ก่อน

ส่วนใหญ่ควรรอให้เข้าที่ก่อน แล้วประเมินซ้ำ เพราะช่วงแรกมีบวมและการกระจายตัวที่ยังไม่นิ่ง อ่านเรื่องเข้าที่ได้ที่ ฟิลเลอร์กี่วันเข้าที่

ฟิลเลอร์ 1cc อยู่ได้นานต่างกันไหมในแต่ละจุด

ต่างกันได้ เพราะแต่ละจุดขยับไม่เท่ากัน และเนื้อเยื่อรับแรงต่างกัน ดูรายละเอียดที่ ฟิลเลอร์อยู่ได้นานกี่เดือน