4 อันตรายจากการใส่ รองเท้าส้นสูง

รองเท้าส้นสูง

 

ความสวยความงามกับผู้หญิงนับว่าเป็นของคู่กัน รองเท้าส้นสูง  แต่นอกจากเรื่องการดูแลผิวพรรณที่เราต้องให้มาเป็นอันดับต้นๆ หรือจะเรียกว่าเป็นอันดับแรก ของการดูแลตัวเองแล้ว เรายังต้องดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเช้าจรดเย็น เมื่อผิวพรรณดูดีบุคลิกภาพก็ต้องดูดีด้วย ซึ่งคลินิก ขอนแก่น  เราดูแลเรื่องผิวพรรณ ความสวยความงามและการศัลยกรรม ซึ่งจะปรับและเปลี่ยน บุคลิกภาพภายนอก ของทั้งใบหน้าและสรีระร่างกายของผู้หญิงให้ดูดีขึ้น แต่เราก็อย่าลืมให้ความสำคัญ กับการดูแลตัวเอง ในส่วนของการพัฒนาบุคลิกภาพของเราด้วย โดยเฉพาะสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนมักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นก็คือการสวมใส่รองเท้าส้นสูงนั่นเอง

ไม่ว่าจะด้วยหน้าที่การงาน หรือจะเป็นเพราะความที่เราต้องดูดีต่อหน้าสาธารณชน เพิ่มความมั่นใจ หรือแม้กระทั่งสไตล์การแต่งตัวที่จำเป็นต้องสวมใส่กับ รองเท้าส้นสูง ถึงจะดูเข้ากันดีก็ตาม สิ่งที่ผู้หญิงเราควรพึงระวัง ก็คืออันตรายจากการใส่รองเท้าส้นสูง ไม่เช่นนั้นแล้ว ความสวยสง่า จะมาพร้อมกับ อันตรายที่เราแทบจะไม่คาดคิดเลยล่ะ วันนี้คลินิก ขอนแก่น จึงขออาสา เอาเรื่องราวของอันตรายจากการใส่รองเท้าส้นสูงมาฝากกัน มีอะไรที่เราพึงต้องระวังบ้างไปดูกันเลย

 

อันตรายใกล้ตัวจากรองเท้าส้นสูง

การสวมรองเท้าส้นสูงในที่นี้ หมายถึงรองเท้าที่ต้องสูงตั้งแต่ 2 นิ้วขึ้นไป ซึ่งโดยทั่วไป หากผู้หญิงเราจะใส่ รองเท้าส้นสูง เพื่อให้ดูสวยสง่าก็เริ่มตั้งแต่ประมาณ 2 นิ้วหรือ 2.5 นิ้วขึ้นไปอยู่แล้ว บางคนอาจจะเลือกสวมใส่รองเท้าส้นสูงที่สูงมากกว่านี้เป็นต้นว่า 3-4 นิ้วหรืออาจจะมีการเสริมพื้นทางด้านหน้า เพื่อเพิ่มความสูงมากขึ้น และให้สวมใส่สบายขึ้น แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การที่เราสวมใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ ทำให้ เราลงน้ำหนัก ไปที่ปลายเท้า จนอาจจะเกิดการเกร็ง และ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงที่ปลายเท้าได้ไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร หากเป็นแบบนี้บ่อยๆ จะทำให้การกระจายน้ำหนักของร่างกายไม่สมดุล กล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อเท้าไปจนถึงปลายเท้าทำงานมากเกินไปคลินิก ขอนแก่น และยังมีอันตรายอื่นๆ จากการสวมใส่รองเท้าส้นสูง ดังนี้

  • การสวมใส่รองเท้าส้นสูงมากจนเกินไปอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสรีระโดยเฉพาะจุดรับน้ำหนักของร่างกาย นั่นก็คือ น้ำหนักตัวจะไปตกอยู่ที่ปลายเท้ามากกว่าปกติ จนทำให้เกิดการเบี่ยงเบนของร่างกายไปจากปกติ กล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อบริเวณลำตัวต้องทำงานมากขึ้นเป็นเหตุให้ใครหลายๆคนมักจะมีอาการปวดหลัง นอกเหนือจากอาการปวดน่องและปวดปลายเท้า เนื่องจากเราต้องใช้กล้ามเนื้อหลังรับน้ำหนัก เพื่อไม่ให้เทน้ำหนักไปที่ปลายเท้ามากจนเกินไปนั่นเอง
  • ตลอดเวลาที่เราสวมใส่รองเท้าส้นสูง และเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จะทำให้กล้ามเนื้อน่องไปจนถึงเอ็นร้อยหวายหดสั้นทำให้น่องเกิดการตึงตัว เป็นที่มาของการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองไม่ดี ส่งผลต่อสภาวะอื่นๆของร่างกาย โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ที่ไม่ได้เสียหายเฉพาะเรื่องของการปวดเมื่อยหรือกล้ามเนื้อทำงานมากเกินไปเท่านั้น แต่อาจจะส่งผลไปถึงเรื่องของผิวพรรณ ความเครียด ที่เกิดจากอาการ เมื่อยล้าต่างๆเหล่านี้ด้วย
  • ในขณะที่เราใส่รองเท้าส้นสูงการเดินของเรา จะสามารถก้าวเท้าได้สั้นกว่าปกติ เนื่องจาก การที่กล้ามเนื้อน่องของเรามีการหดตัวอยู่บ้างแล้วในขณะที่เราสวมใส่ รองเท้าส้นสูง ดังนั้นเมื่อกล้ามเนื้อที่หดตัวต้องมาทำงานร่วมกับปลายเท้าที่มีการเกร็งเพิ่มขึ้นจากการใส่รองเท้าส้นสูงหรือการลงน้ำหนักไปที่ปลายเท้า จึงทำให้เกิดแรงถีบขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ที่สำคัญ นั่นเป็นเพราะ สัญชาตญาณทำให้เราระแวดระวังตัว ในการเดินขณะที่สวมใส่รองเท้าส้นสูงเพิ่มมากขึ้น
  • การสวมใส่รองเท้าส้นสูงมีผลอย่างมากในขณะที่เราจำเป็นต้องเดินขึ้นบันไดทำให้ร่างกายขาดความมั่นคง และกล้ามเนื้อน่องไปจนถึงกล้ามเนื้อปลายเท้าจะทำงานมากกว่าปกติเนื่องจากเราต้องเกร็งเพิ่มขึ้นเพราะกลัวจะสะดุดหกล้มหรือตกบันไดไป

 

อันตรายจากการสวมใส่รองเท้าส้นสูงกับการทำงานของหัวใจ

เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินกว่าใครจะคาดคิด ว่าการสวมใส่ รองเท้าส้นสูงจะมีอันตรายอะไรตอบหัวใจด้วยนอกเหนือจากการเมื่อยล้าหรืออาการเกร็งรวมไปถึงการทำงานของกล้ามเนื้อน่อง ภายใต้ความสวยสง่าดูดีนำสมัยล้ำเทรนด์ต่างๆเหล่านี้ อาจจะส่งผลเสียไปถึงภาวะหัวใจหยุดเต้นที่เกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น คลินิก ขอนแก่น จะพาไปดูคำตอบพร้อมๆกันค่ะ

การสวมใส่รองเท้าส้นสูง มีผลต่อการทำงานของหัวใจจนอาจจะทำให้เกิดหัวใจหยุดเต้นได้เนื่องจากการเกิด “เส้นเลือดขอด” ซึ่งถือว่าเป็นสาเหตุและเป็นความผิดปกติ ที่ทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงนี้ขึ้นได้ เส้นเลือดขอดถือว่าเป็นความ ผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเส้นเลือดดำ ส่งผลทำให้ผนังเส้นเลือดดำหย่อนตัว และมีผลมากกับเส้นเลือดดำที่อยู่ตื้น ประมาณ 4-5 มิลลิเมตร เห็นได้มากบริเวณปลายเท้าและขาหนีบ รวมไปถึงเส้นเลือดดำที่อยู่ลึกลงไปประมาณ 10 ถึง 15 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระดับที่เราไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า และส่วนนี้เองเป็นส่วนที่ทำให้เกิดอันตรายต่อการทำงานของหัวใจ

หน้าที่หลักๆ การทำงานของเส้นเลือดดำ คือการรับเลือดจากเส้นเลือดแดง ที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อและส่งกลับเข้าสู่หัวใจดังนั้นเมื่อเกิดความผิดปกติกับเส้นเลือดดำ จนทำให้ระบบไหลเวียนในร่างกายขาดความสมบูรณ์ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้ไม่ดีจึงเป็นที่มาของปัญหาซึ่งส่งผลต่อโรคหัวใจโดยตรง และแน่นอนว่าความผิดปกติของเส้นเลือดดำบริเวณขาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักจะมีสาเหตุมาจากการยืนนานโดยเฉพาะสาวๆที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงอีกทั้งยังต้องใส่รองเท้าส้นสูงแล้วยืนนานๆด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้ เป็นสาเหตุของการทำงานหนักมากจนเกินไป ขาต้องรับบทหนัก เกิดการกดทับ ของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทต่างๆ เมื่อเกิดแบบนี้นานๆเข้าอาจจะทำให้เกิดลิ่มเลือด ที่มาพร้อมกับเส้นเลือดขอด จนทำให้เกิดอันตรายต่อหัวใจขึ้นได้ในที่สุด แล้วเมื่อไหร่ที่มีลิ่มเลือดเกิดขึ้นก็จะทำให้ไม่มีเลือดไหลเวียนกลับไปเลี้ยงที่หัวใจและปอดจนทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน

วิธีการดูแลง่ายๆที่ คลินิก ขอนแก่น อยากจะแนะนำคุณสาวๆเพื่อให้ห่างไกลภาวะเหล่านี้ถ้าหากเรายังคงจำเป็นที่จะต้องสวมใส่ รองเท้าส้นสูง ก็คือการแช่เท้าในน้ำอุ่นทุกวัน หลังจากสวมใส่รองเท้าส้นสูงแช่เท้าอย่างน้อย 10 ถึง 15 นาที หรือจะใช้เวลาไปกับการทำสปาเท้าซึ่งเราสามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยการใช้มะขามเปียกขัดเท้าตามด้วยล้างน้ำสบู่ จากนั้นลงโลชั่นน้ำนมหรือน้ำมันมะพร้าวให้ทั่วจะเป็นการช่วยให้เท้ารู้สึกผ่อนคลายและเป็นการช่วยผลักดันให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ดังนั้นวันนี้เมื่อเราอยากสวยด้วยเรื่องของผิวพรรณและความงามในด้านต่างๆ อยากดูดีด้วยการสวมใส่รองเท้าส้นสูงเพื่อเป็นการทำให้บุคลิกภาพเราดูดีขึ้น เราก็อย่าลืม ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเท้าของเราเพิ่มขึ้นด้วยนะคะ

 

ศัลยกรรม ขอนแก่น    |  เสริมจมูก ขอนแก่น  |  ทำจมูก ขอนแก่น  | คลินิกความงาม ขอนแก่น |  รีวิว คลินิก 

วันดี คลินิก ขอนแก่น (wandee clinic ) คลินิกความงาม ที่ได้มาตรฐาน มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษา และแก้ปัญหาที่คุณต้องการ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

วันดี คลินิก  344/17 ซอยรื่นรมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง ขอนแก่น 40000

โทร  097 935 5556

Line @wandeeclinic

เว็บไซต์   www.wandeeclinic.com

Please follow and like us: