3 วิธีทําให้หน้าใสผิวกายสว่าง

หน้าใสผิวสวย

3 วิธีทําให้หน้าใสผิวกายสว่าง / หน้าใสผิวสวย

ความมั่นใจของผู้หญิงเกิดขึ้นได้ไม่ยาก เมื่อเรามีผิวหน้าที่สว่างกระจ่างใส ผิวกายที่เปล่งปลั่งมีความชุ่มชื้น เนียนใสไร้ริ้วรอย หน้าใสผิวสวย สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นบุคลิกภาพภายนอก ที่จะช่วยทำให้เรามั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะเราจะสามารถแต่งตัวตามเทรนด์แฟชั่นหรือจะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาสั้นได้ตามสบาย ไร้กังวลเรื่องปัญหาผิวกระดำกระด่าง ผิวไม่สว่างใส แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่สภาพผิวกายเป็นในสิ่งที่ตรงกันข้ามนี้ เชื่อเลยว่า เราทุกคนจะสวมเสื้อแขนยาวกางเกงขายาว ปกปิดความ ดูไม่ดีต่างๆนานา และให้เหตุผลว่าใส่แขนยาวขายาวเพื่อป้องกันแดด แต่ก็เชื่อว่าถ้าหากผู้หญิงทุกคน มีผิวหน้าและผิวกายที่ดีเราก็พร้อมที่จะโชว์ผิวท้าแดดเช่นกัน

ดังนั้นวันนี้เคล็ดลับสำคัญของการดูแลตัวเอง จึงไม่ใช่เพียงแค่การดูแลผิวหน้าเท่านั้น แต่การดูแลผิวกายก็มีความสำคัญไม่ต่างกัน เราจึงต้องทำทุกอย่างควบคู่ไปพร้อมกันทั้งการบำรุงผิวหน้าและการปลอบประโลมผิวกาย แต่ทำยังไงให้เรามีผิวหน้าและผิวกายที่สว่างกระจ่างใส หลายคนบอกว่าก็เรามีกรรมพันธุ์มาแบบนี้ ผิวสองสีผิวแทนผิวคล้ำมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษปู่ย่า ดังนั้นวันนี้เพื่อให้เราเข้าใจกันได้อย่างถูกต้องถึงเรื่องของผิวพรรณสว่างกระจ่างใส จึงได้มีข้อมูลดีๆ ที่รวบรวมเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝาก เป็นยังไงบ้างไปดูกันเลย

 

ทำความเข้าใจเรื่องสีผิว

ว่าด้วยเรื่องสีผิวกับความกระจ่างสว่างใสและความขาว เป็นเรื่องที่เราต้องแยกแยะออกจากกัน สีผิว เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น เราไม่สามารถเปลี่ยนจากดำเป็นขาว เรามีสภาพสีผิวมายังไงตั้งแต่ต้นกำเนิด เราก็จะยังคงเป็นแบบนั้น แต่เราสามารถทำให้ผิวพรรณเราสว่างกระจ่างใสได้มากขึ้น เนียนเรียบมากขึ้น เรียกว่าคล้ำเนียนดำเนียน ส่วนคนที่ขาวอยู่แล้วก็นับว่ามีแต้มต่อแล้วเรียกว่าขาวเนียน เมื่อเรามีความเนียน ไร้ซึ่งความหมองคล้ำจากปัญหามลภาวะ รวมไปถึงปัจจัยต่างๆที่ทำให้เกิดปัญหาผิว เช่น เซลล์ผิวที่ตายแล้วหรือที่เรียกว่า Dead Cells ผิวพรรณของเราก็จะเปล่งปลั่งสดใสและดูสวยขึ้นได้นั่นเอง

โดยทั่วไปแล้ว การจัดแบ่งสีผิวของคนเรา (Skin type classification) ของผู้คนต่างๆ ในโลกนี้ ในทางผิวหนังแบ่งออกได้ดังนี้

ผิวแบบที่ 1 ลักษณะ: ผิวขาวซีด อ่อนบาง ตากแดดแล้วผิวไหม้ง่ายมาก และไม่มีสีแทนหรือคล้ำ เช่น กลุ่มคนเผือก

ผิวแบบที่ 2 ลักษณะ: ผิวขาวอมชมพู อ่อนบาง ตากแดดแล้วผิวไหม้ง่าย และมีสีแทนหรือคล้ำได้เล็กน้อย

ผิวแบบที่ 3 ลักษณะ: ผิวขาวปนเหลือง ตากแดดแล้วบางครั้งผิวใหม้ และมีสีแทนหรือคล้ำได้แต่ก็ต้องใช้เวลา เช่นลูกครึ่ง เอเชีย-ยุโรป

ผิวแบบที่ 4 ลักษณะ: ผิวเหลือง ตากแดดแล้วผิวใหม้ได้บ้างแต่น้อย และมีสีแทนหรือคล้ำได้เสมอๆ เช่น กลุ่มชนเอเซียตอนบน เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี

ผิวแบบที่ 5 ลักษณะ: ผิวคล้ำ ผิวสองสี ตากแดดแล้วผิวใหม้ได้น้อยมาก และมีสีผิวคล้ำและดำในบางที่ เช่น กลุ่มชนเอเซีย อเมริกาใต้ ไทย มาเลเซีย เม็กซิโก สเปน

ผิวแบบที่ 6 ลักษณะ: ผิวดำ ตากแดดแล้วผิวไม่เคยใหม้ และมีสีผิวดำสนิท เช่น กลุ่มชนผิวดำ (นิโกร) แถบแอฟริกาใต้

 

สีผิวผิดปกติบางจุด

โดยปกติแล้ว สีผิวบนใบหน้าจะสม่ำเสมอไปทั่วๆ ใบหน้า แต่ในบางทีสีในบางแห่ง อาจจะมีความเข้มมากกว่าที่อื่น ซึ่งอาจเป็นได้จากหลายสาเหตุ อาจจะเป็นสาเหตุโดยภาวะการณ์ หรือด้วยโรคบางชนิดก็ได้ สำหรับสาวไทยส่วนมากแล้ว สีผิดปกติที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นบนใบหน้าก็คือสีคล้ำดำเป็นบางบริเวณ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสิ่งที่ทำให้เกิดรอยเข้ม หรือรอยดำ จะขึ้นอยู่กับเม็ดสีเมลานิน (ซึ่งมีสีดำ คล้ำ) เป็นหลัก โดยสิ่งที่เกิดขึ้นคือ

1. มีการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติในบางจุด การเพิ่มขึ้นนี้อาจจะมาจากการถูกกระตุ้นโดยแสงแดด หรือรอยดำจากการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation) เช่นการกดหรือบีบสิว (ดังนั้นเมื่อเป็นสิว สาวๆ จึงไม่ควรไปกดหรือบีบจนเกิดแผลลึก) หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางชนิด ทำให้มีการผลิตเม็ดสีเมลานินที่ปกติจะอยู่ในชั้นหนังกำพร้ามากกว่าปกติ กลายเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า เป็นต้น

2. มีการสะสมของเม็ดสีเมลานิน ที่อาจจะเกิดจากการที่มีการสร้างคีราติน (keratin) มากขึ้น หรือคีราตินหลุดลอกช้ากว่าปกติ เช่นการเกิดภาวะผิวหนังหนาผิดปกติในเด็กดักแด้ หรือการเกิดกระเนื้อ (Seborrheic keratosis) ในผู้สูงอายุ เป็นต้น

3. จำนวนของเซลล์เมลาโนไซต์ (melanocyte) ที่สร้างเม็ดสีเมลานินมีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณของเมลานินเพิ่มขึ้น (ยิ่งเพิ่มมากขึ้นก็ยิ่งมีแนวโน้มจะคล้ำลง) โดยอาจจะอยู่เฉพาะในหนังกำพร้าหรือหนังแท้หรือทั้ง 2 ที่เลยก็ได้ อาจจะทำให้เกิดกระ (freckle) หรือขี้แมลงวัน (lentigo) ได้

 

3 เคล็ดลับดีๆดูแลผิวหน้าและผิวกาย

  • ครีมบำรุงที่เลือกใช้ต้องมีส่วนผสมของ AHA

ในการเลือกใช้ครีมบำรุงผิวทั้งผิวหน้าและผิวกายเราสามารถเลือกใช้อะไรก็ได้ที่เหมาะกับสภาพผิวเรา แต่ถ้าหากเราอยากมีผิวสว่างกระจ่างใสขึ้นเราจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ AHA เป็นหลัก เพราะในส่วนนี้ถือว่าเป็นสารสกัดจากผลไม้ที่มีความโดดเด่นแทบจะทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการปรับสภาพผิวให้ดูขาวขึ้นสว่างขึ้น และยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการสลายเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วพร้อมผลัดออกไป ช่วยให้การเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ๆขึ้นมาแทนที่เกิดขึ้นได้เร็วขึ้น AHA ถึงเรียกได้ว่าเป็นตัวสำคัญที่ทำให้ผิวพรรณดูสว่างกระจ่างใสแม้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสีผิวที่เป็นผิวกำเนิดจากพันธุกรรมได้

  • ขัดผิวหรือสครับผิวเป็นประจำ

ในส่วนของการดูแลผิวหน้าเรามีข้อแนะนำว่าควรขัดหรือสครับผิวเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ซึ่งเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพนี้ มักจะเกาะอยู่ตามผิวหนังชั้นนอก ซึ่งตามธรรมชาติแล้วร่างกายมักจะผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวนี้ออกไปและสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ แต่ด้วยปัจจัยต่างๆทำให้การผลัดเซลล์ทำงานช้าลง เป็นผลทำให้สภาพผิวเราดูหมองคล้ำ เราจึงมีหน้าที่สำคัญในการช่วยผิวเราผลัดเปลี่ยนเซลล์ที่ตายแล้วเหล่านั้นให้หลุดออกไป โดยการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อขัดผิวหรือที่เราเรียกกันว่า Scrubb และในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเม็ดบีททรงกลม ถ้าหากเป็นเม็ดบีททรงเหลี่ยม เหลี่ยมมุมของเม็ดบีทก็จะขูดผิวทำให้ผิวเราเป็นรอย และได้รับผลกระทบมากขึ้น แต่เม็ดบีบที่เป็นทรงกลมจะสามารถทำความสะอาดและขจัด Dead cells ได้ดีมากกว่าทั้งยังไม่ทำลายความชุ่มชื้นของผิวอีกด้วย

การสครับผิวนอกจากจะมีประโยชน์ในเรื่องของการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวแล้ว ยังช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี ส่งผลทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด ผิวเราก็จะเป็นผิวที่มีสุขภาพดีนั่นเอง แต่ข้อแนะนำเป็นพิเศษหลังจากการทำสครับผิวทุกครั้งควรที่จะตามด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหม่เช่นไรเซอร์เนื้อบางเบา เพื่อช่วยฟื้นบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

  • อบซาวน่า

วิธีการสำคัญที่หลายคนมองข้าม เพราะอาจจะมีแนวคิดว่าการอบซาวน่าเหมาะสำหรับคนบางคนที่ต้องการความผ่อนคลาย แต่การอบซาวน่าแท้ที่จริงแล้วสามารถช่วยบำบัดกล้ามเนื้อ ขับผิวทำให้ผิวสว่างกระจ่างใสขึ้น เพราะความร้อนจะช่วยขับสิ่งสกปรกตามรูขุมขนออกมาพร้อมกับเหงื่อ จึงเป็นการช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกมาด้วย ดังนั้นการอบซาวน่าจึงเป็นอีกวิธีการที่สามารถช่วยให้คุณทำความสะอาดผิวได้ดีกว่าวิธีการอื่นๆ และเป็นอีกวิธีที่นอกเหนือจากการสครับผิวที่คลีนิคขอนแก่นแนะนำ

การอบซาวน่า ยังเป็นการช่วยให้เราผ่อนคลายความตึงเครียด ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าความเครียดเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามีปัญหาผิวต่างๆมากมาย ดังนั้นการอบซาวน่าจึงเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกทุกตัว สาวๆท่านใดที่อยากมีผิวพรรณสว่างกระจ่างใส แนะนำได้เลยว่า ถ้าหากคุณทำตามตามวิธีการนี้เป็นประจำสม่ำเสมอมีวินัยในตัวเอง คุณก็จะเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากขึ้นอีกเป็นกอง เพราะทั้งผิวหน้าและผิวกาย จะสว่างกระจ่างใสแลดูมีสุขภาพดี นั่นเอง

 

 

ฉีดโบท็อกซ์ ขอนแก่น , ฉีดฟีลเลอร์ ขอนแก่น , ร้อยไหมขอนแก่น , คลินิก ขอนแก่น , ผิวขาว ขอนแก่น

วันดี คลินิก ขอนแก่น (wandee clinic ) คลินิกความงาม ที่ได้มาตรฐาน
มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษา และแก้ปัญหาที่คุณต้องการ
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ :
วันดี คลินิก  344/17 ซอยรื่นรมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง ขอนแก่น 40000
โทร : 097-935-5556
Line : @wandeeclinic
เว็บไซต์ :  www.wandeeclinic.com

Please follow and like us: