6 ข้อควรรู้ก่อน ฉีดฟิลเลอร์คาง

ฉีดฟิลเลอร์คาง

 

ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ปาก ฉีดฟิลเลอร์คาง หรือส่วนใดๆบนใบหน้าก็ตาม มันคือวิธีการ นวัตกรรมที่ช่วยทำให้เรา มีรูปหน้าที่สวยได้รูปขึ้นทั้งนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมผู้หญิงยุคนี้ จึงหันมาให้ความสำคัญ และนิยมฉีดฟิลเลอร์กันมากขึ้น และนอกจากที่มัน จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องร่องแก้ม ร่องปาก โหนกแก้มตอบ ปากไม่เป็นกระจับ ริมฝีปากบางและ แก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย การฉีดฟิลเลอร์ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของผู้ที่มีคังสั้น โดยที่การฉีดฟิลเลอร์คางนั้นจะทำให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นสมส่วนและสวยได้รูปมากยิ่งขึ้น ดังนี้แล้ว สาวๆทั้งหลายที่กำลังประสบปัญหาต่างๆเหล่านี้โดยเฉพาะผู้ที่มีคางสั้นคงได้ร้องเฮกันลั่นๆ เพราะเราไม่ต้องทนเผชิญกับปัญหาที่บั่นทอนความมั่นใจเหล่านี้อีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่เราจะฉีดฟิลเลอร์เราก็ควรที่จะศึกษาหาข้อมูลให้ดีและวันนี้ 7 ข้อควรรู้ที่เรานำมาฝากกันจะทำให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์รวมไปถึงการฉีดฟิลเลอร์คางมากขึ้น ไปดูกันว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่คุณควรต้องรู้

  • ความจริงเกี่ยวกับฟิลเลอร์

การฉีดสารเติมเต็ม ฉีดฟิลเลอร์คาง หรือที่เรียกว่าฟิลเลอร์มีหลากหลายชนิด ในอดีตเป็นการนำซิลิโคนเหลวมาใช้ฉีดแต่เนื่องจากอันตรายที่เกิดขึ้นค่อนข้างจะมีสูงถึงแม้ว่าจะเป็น วัตถุดิบที่มีราคาถูกก็ตาม ในปัจจุบันนี้ จึงได้มีการคิดค้นและพัฒนาสารตัวใหม่ขึ้นมาใช้แทนซิลิโคนเหลวนั่นก็คือ ไฮยาลูรอนิคแอซิด ซึ่งเป็นสารที่ได้รับการรับรองจากทั่วโลกและได้มาตรฐานเรื่องความปลอดภัยด้วย เป็นสารที่สามารถสลายไปเองได้ตามธรรมชาติในช่วงระยะเวลาประมาณ 1-2 ปี เนื่องจากให้ยาลูโรนิคแอสิด เป็นสารสกัดที่ได้จากธรรมชาติ ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญก็คือคอลลาเจน ที่มีความใกล้เคียงกับคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวของมนุษย์ ซึ่งสารประกอบของไฮยาลูโรนิคแอซิดจะเป็นประเภทโพลิเมอร์มีส่วนประกอบเป็นโมเลกุลของสารต่างๆไม่ว่าจะเป็น สารโปรตีน น้ำตาลประเภทหลายโมเลกุล และไฮยาลูโรนิคแอซิดยังเป็นส่วนประกอบหลักของน้ำไขข้อ น้ำ และของเหลวที่หล่อเลี้ยงข้ออีกด้วย โดยเฉลี่ยจากน้ำหนักตัวปกติของมนุษย์เรา 70 กิโลกรัมจะมีไฮยาลูโรนิคแอซิดอยู่ประมาณ 15 กรัม และประมาณ 1 ใน 3 ของไฮยาลูโรนิคแอซิดจะถูกทำลายไปและถูกสร้างขึ้นมาทดแทนใหม่ในแต่ละวันด้วย ดังนั้นจึงถือได้ว่าส่วนประกอบของให้ยาลูโรนิคแอสิดเป็นสารที่มีอยู่เดิมในร่างกายของคนเราอยู่แล้ว และนี่ก็เป็นที่มาที่ไปของความปลอดภัยในการใช้งานสารประเภทฟิลเลอร์หรือไฮยาลูโรนิคแอซิดนั้นเอง

  • ความแตกต่างของฟิลเลอร์แต่ละชนิดแบ่งออก ตามคุณสมบัติของฟิลเลอร์แต่ละประเภทดังนี้

1.) ความแข็งของฟิลเลอร์

2.) ความยืดหยุ่นของฟิลเลอร์

3.) การกระจายตัวของฟิลเลอร์

4.) ค่าความอุ้มน้ำของฟิลเลอร์

5.) จำนวนการเชื่อมพันธะของฟิลเลอร์

6.) ขนาดของเม็ดฟิลเลอร์

 

  • ฟิลเลอร์รุ่นต่างๆและยี่ห้อต่างๆที่เหมาะกับการฉีดแต่ละจุดบนใบหน้ามีดังนี้

1.) ฟิลเลอร์ที่สามารถฉีดได้ที่บริเวณใต้ตา คาง จมูก ได้แก่ Restylane perlane lyft

2.) ฟิลเลอร์ที่สามารถฉีดที่บริเวณ ใต้ตาและปากได้แก่ Restylane vital light

3.) ฟิลเลอร์ที่สามารถฉีดบริเวณร่องแก้ม มุมปาก ขมับ ริมฝีปาก แก้มตอบ ได้แก่ Restylane volyme

4.) ฟิลเลอร์ที่สามารถฉีดบริเวณใต้ตา ร่องแก้ม คาง และขมับ ได้แก่ Juvederm voluma

5.) ฟิลเลอร์ที่สามารถฉีดบริเวณร่องแก้ม มุมปาก ปาก แก้มตอบ ได้แก่ Juvederm volift

6.) ฟิลเลอร์ที่สามารถฉีดบริเวณร่องแก้ม ขมับ ปาก ได้แก่ Juvederm ultraplus

 

  • การใช้ฟิลเลอร์ให้ถูกจุด

จากข้อมูลดังกล่าวเราจะเห็นได้ว่ามีฟิลเลอร์หลากหลายยี่ห้อที่มีอยู่ในท้องตลาดและยี่ห้อเหล่านี้ก็เป็นฟิลเลอร์ที่ใช้อยู่ในหลายๆคลินิกซึ่งมีความเข้มข้นที่แตกต่างกัน แต่ก็ถือได้ว่านี่คือข้อดีในการใช้ฟิลเลอร์ให้เหมาะกับจุดต่างๆที่ต้องการใช้ โดยเลือกตามความเข้มข้น ในกรณีที่เราต้องการฉีดฟิลเลอร์คาง ควรใช้ฟิลเลอร์ที่มีความเข้มข้นสูงเนื่องจากบริเวณคางเป็นส่วนที่ต้องการความแข็งในระดับที่ต้องทำให้แพทย์สามารถปั้นสงครามได้ง่าย แต่ถ้าหากนำฟิลเลอร์ชนิดเดียวกันไปใช้บริเวณแก้มตอบหรือโหนกแก้มอาจจะทำให้เราทำฟิลเลอร์เป็นก้อนก็เป็นได้ซึ่งส่งผลในเรื่องความไม่สวยงามแน่นอน ดังนั้นเราจึงควรต้องเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้เหมาะกับจุดต่างๆและการฉีดฟิลเลอร์บริเวณแก้มก็ควรจะใช้ฟิลเลอร์ที่มีความเข้มข้นลดลงมานั่นเอง ดังนั้นแพทย์ที่ให้บริการควรต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญการและมีความรู้ในเรื่องของการใช้ฟิลเลอร์เป็นอย่างสูง

  • ขั้นตอนของการฉีดฟิลเลอร์

1.) แพทย์จะทำการทายาชาแบบครีมทิ้งไว้ประมาณ 45 ถึง 60 นาที

2.) ในขณะนั้นแพทย์จะทำการประเมินทรงปากและฉีดเติมเต็มฟิลเลอร์บริเวณริมฝีปากซึ่งอาจจะใช้เวลาที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับรูปทรงที่ต้องการ รูปแบบของริมฝีปากก่อนทำรถไม่ถึงเนื้อปากของคนไข้แต่ละราย

3.) ในระหว่างที่ฉีดยาจะมีการหยุดฉีดเป็นระยะเพื่อเช็คทรง และตรวจสอบความพึงพอใจในช่วงนี้ถ้าหากรู้สึกเจ็บสามารถแจ้งแพทย์ได้

4.) หลังจากฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้วก็สามารถรับยาพร้อมกับคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ปากและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยที่ไม่ต้องพักฟื้น

 

  • เตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง

  1. ควรงดยาประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนฉีดได้แก่ ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟนหรือยาแก้ปวดประจำเดือน รวมไปถึงพอนสแตน
  2. ควรงดวิตามินหรืออาหารเสริมทุกประเภทก่อนฉีด 1 สัปดาห์ เนื่องจากวิตามินต่างๆอาจจะทำให้เกิดรอยช้ำหลังจากการฉีด เพราะวิตามินมักจะทำให้เลือดไหลออกได้ง่าย รอยเขียวช้ำหายช้ากว่าเดิม
  3. กรณีมีโรคประจำตัวควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ

 

 

ฉีดโบท็อกซ์ ขอนแก่น , ฉีดฟีลเลอร์ ขอนแก่น , ฉีดฟิลเลอร์คาง , คลินิก ขอนแก่น , ผิวขาว ขอนแก่น

ฉีดฟีลเลอร์ อุดร, คลินิก อุดร, ฉีดโบท็อกซ์ อุดร

วันดี คลินิก ขอนแก่น (wandee clinic ) คลินิกความงาม ที่ได้มาตรฐาน
มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษา และแก้ปัญหาที่คุณต้องการ
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ :
วันดี คลินิก  344/17 ซอยรื่นรมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง ขอนแก่น 40000

โทร : 097-935-5556
Line : @wandeeclinic
เว็บไซต์ :  www.wandeeclinic.com

Please follow and like us: